มลพิษทางอากาศทำให้พฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรง-อาชญากรรมพุ่งสูง 0

ปัญหามลภาวะในอากาศ ไม่ว่าจะเกิดจากไอเสียของการจราจรหรือฝุ่นละออง PM2.5 นอกจากจะส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกายแล้ว ยังส่งผลต่อสุขภาพจิตและพฤติกรรมของคนเราในทางที่ไม่ดีอีกด้วย โดยมีการค้นพบความเกี่ยวพันเชื่อมโยงระหว่างมลพิษทางอากาศกับอัตราการก่ออาชญากรรมรุนแรงที่เพิ่มขึ้นทุกขณะ
ทีมนักวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม นักสถิติ และนักเศรษฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยโคโลราโดสเตตของสหรัฐฯ ตีพิมพ์ผลการวิจัยล่าสุดในวารสาร “เศรษฐศาสตร์สิ่งแวดล้อมและการจัดการ” (Journal of Environmental Economics and Management) โดยระบุว่าระดับความรุนแรงของมลพิษทางอากาศในแต่ละพื้นที่ มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับอัตราการก่ออาชญากรรมที่เพิ่มสูงขึ้นในท้องถิ่นนั้นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับกรณีทำร้ายร่างกายจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส (aggravated assault)
ข้อสรุปดังกล่าวมาจากการที่ทีมผู้วิจัยได้วิเคราะห์เปรียบเทียบข้อมูลหลายชุดที่เกี่ยวข้อง เช่นรายงานเหตุอาชญากรรมประจำวันของเอฟบีไอ, ระดับมลพิษทางอากาศรายวันจากแต่ละเมืองในสหรัฐฯ ระหว่างปี 2006-2013 ซึ่งรวบรวมโดยสำนักงานพิทักษ์สิ่งแวดล้อม (USEPA) และฐานข้อมูลสถานการณ์ไฟป่าขององค์การบริหารกิจการมหาสมุทรและบรรยากาศแห่งชาติ (NOAA)
ทั้งนี้ ทีมวิจัยได้คัดกรองตัวแปรอื่น ๆ ในข้อมูลที่อาจเป็นสาเหตุของอาชญากรรมได้เหมือนกัน เช่น สภาพอากาศ คลื่นความร้อน ความชื้น และสภาพสังคมในแต่ละท้องถิ่น ให้ออกไปจากการพิจารณาก่อนแล้ว
ผลการวิเคราะห์ทางสถิติพบว่า ในวันที่ฝุ่น PM2.5 เพิ่มขึ้นในอากาศ 10 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เหตุอาชญากรรมรุนแรงที่เป็นการทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับอันตรายสาหัส จะมีเพิ่มขึ้นราว 1.4% ในท้องที่ซึ่งมีมลพิษทางอากาศดังกล่าว
ส่วนในวันที่พบว่ามีก๊าซพิษโอโซนเพิ่มขึ้น 0.01 ส่วนในล้านส่วน (ppm) เหตุอาชญากรรมรุนแรงแบบเดียวกันจะเพิ่มสูงขึ้นไปด้วยที่ 0.97% และยังพบว่าเหตุทำร้ายข่มขู่ทั่วไปที่ไม่เข้าขั้นรุนแรงก็เพิ่มขึ้นเช่นกันที่ 1.15%
นอกจากนี้ นักเศรษฐศาสตร์ที่อยู่ในทีมวิจัยเดียวกันยังชี้ว่า การลดระดับฝุ่นมลพิษ PM2.5 ลงได้ราววันละ 10% จะช่วยประหยัดงบประมาณของรัฐที่ต้องเสียไปกับการจัดการคดีอาชญากรรมได้ถึงปีละ 1.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 33 ล้านบาท
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ จูด เบย์แฮม หนึ่งในทีมผู้วิจัยบอกว่า “เมื่อร่างกายได้รับมลพิษสูงขึ้นในระยะสั้น มันอาจทำให้คุณรู้สึกสับสน และผลักดันให้มีพฤติกรรมก้าวร้าวขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อยได้ ซึ่งก็จะส่งผลกระทบต่ออัตราการก่ออาชญากรรมไปด้วย”
อย่างไรก็ตาม ทีมผู้วิจัยระบุว่าผลการศึกษาข้างต้นเป็นเพียงความสัมพันธ์ทางสถิติ ซึ่งพวกเขายังไม่สามารถอธิบายได้อย่างชัดเจนว่า มลภาวะทางอากาศที่เพิ่มสูงขึ้นมีกลไกทางกายภาพและจิตวิทยาที่ทำให้อารมณ์และพฤติกรรมของมนุษย์เปลี่ยนแปลงไปได้อย่างไร

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
https://www.bbc.com/thai/international-49950041 ด้วยค่ะ

“Measurement microphones” 0

Measurement microphones สำหรับงานทดสอบเสียงในห้องป
ฏิบัติการ งานวิจัย งานทดสอบเสียงที่ต้องการควา
มแม่นยำสูง ทั้งระบบ Low noise หรือ Array microphones มีให้เลือกใช้งานทั้ง Free-field และ Pressure-field


————————————————————————————
————————————————————————————
สามารถเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเราได้ที่
https://www.geonoise.co.th/
https://www.placidinstruments.com
สามารถติดต่อเราได้ที่
Tel Office : 02-003-5904,081-9641982
Line : @geonoise
————————————————————————————
————————————————————————————

#PLACID #PLACIDNoise #PLACIDTH #PLACIDThailand #Geonoise #GeonoiseThailand #Norsonic #ตรวจวัดเสียง #เสียงรบกวน #เครื่องวัดเสียง #จำหน่ายเครื่องวัดเสียง #รับปรึกษาปัญหาเรื่องเสียง #ควบคุมเสียง #เครื่องวัดแรงสั่นสะเทือน #บริการสอบเทียบ #Calibration #NoiseAlarm #SoundPLAN #NoiseAtWork #Noisecontour #มลพิษทางเสียง #Acoustic #เครื่องวัดฝุ่น #Dustmate #หาแหล่งกำเนิดเสียง #วิเคราะห์เสียง #Measurement #Microphone #NoiseTraining

เริ่มวันนี้! กรมอุตุฯ เตือนมรสุมถล่ม 49 จังหวัด กระหน่ำเหนือ-อีสานหนักกว่าเดิม! 0

กรมอุตุฯ เตือนมรสุมถล่ม 49 จังหวัด เหนือ-อีสานฝนหนักขึ้นกว่าเดิม กระหน่ำกรุงร้อยละ 40 เผยภาคใต้ทะเลมีคลื่นสูงกว่า 2 เมตร ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง
กรมอุตุฯ / วันที่ 12 ก.ย. 
กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนมีฝนเพิ่มขึ้น กับมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก สำหรับทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง โดยหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง
ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ร่องมรสุมพาดผ่านตอนบนของภาคเหนือ ประเทศลาว และเวียดนามตอนบน เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำ บริเวณประเทศเวียดนามตอนบน และอ่าวตังเกี๋ย ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยตอนบน ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก
พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06.00 น.ของวันนี้ ถึงเวลา 06.00 น.ของวันที่ 13 ก.ย.นี้ ภาคเหนือ มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงราย เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ และตาก อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
บริเวณจังหวัดเลย อุดรธานี หนองบัวลำภู หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ชัยภูมิ ขอนแก่น และกาฬสินธุ์ อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
ภาคกลาง มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี นครปฐม อุทัยธานี ชัยนาท นครสวรรค์ ลพบุรี และสระบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.
ภาคตะวันออก มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 24-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
อ่านข่าว : 
เจอ 2 มรสุมถล่ม! เตือนฝนกระหน่ำ 52 จังหวัด ตกหนักเกินครึ่งประเทศอีกรอบ
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง พังงา ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตขึ้นไป : ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ตั้งแต่จังหวัดกระบี่ลงมา : ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร
กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ขอขอบคุณสำหรับข้อมูลจาก
https://bit.ly/2lRs25e ด้วยค่ะ

เปิดใจพระตีระฆังดัง ลูกผู้ใหญ่บ้านปรี่ชกหน้า แม่เผยบ้านใกล้วัดทนเสียงมานาน 10 ปี 0

จากกรณีที่พระอนุศักดิ์ ฐิตธัมโม พระลูกวัดแม่น้ำ ตำบลบางขันแตก อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม ระบุว่า ถูกชาวบ้านข้างวัดก่อเหตุทำร้ายชกต่อยเข้าที่ใบหน้า เหตุเพราะเสียงตีระฆังดัง ช่วงทำวัตรเย็นรบกวน เมื่อวันเสาร์ที่ 7 ก.ย. 62 นั้น
ล่าสุด วันที่ 10 ก.ย. 62 ผู้สื่อข่าวอมรินทร์ ทีวี เดินทางไปที่วัดแม่น้ำ พระอนุศักดิ์ ฐิตธัมโม เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 7 ก.ย. ช่วงเย็นเวลาประมาณ 17.00 น. เป็นช่วงที่พระทำวัดเย็น ตนก็ขึ้นไปตีระฆังตามปกติ ซึ่งปกติจะตีครั้งละ 3 ลา (3 ชุด) แต่ขณะที่ตีลาที่ 2 ได้ยินเสียงมีคนตะโกนว่า “เบาไป ตีให้ดังอีกสิ” เนื่องจากเสียงระฆังที่ดังมันยังก้องในหู ตนจึงได้ยินไม่ชัดว่าเป็นเสียงใคร คิดว่าเป็นเสียงลูกวัดด้วยกันที่พูดเล่นกับตน พอตีเสร็จลาที่ 2 ตนก็เดินลงถามว่าใครพูดว่าอะไร ก็ไม่มีใครตอบ ตนก็เลยจะเดินขึ้นไปที่หอระฆังอีกครั้ง เพื่อตีลาที่ 3 แต่จังหวะนั้นครอบครัวผู้ใหญ่บ้านก็เดินมาหาตน
ด้านแม่ของผู้ก่อเหตุ เปิดเผยว่า ตนรู้สึกผิดที่ปล่อยให้เหตุการณ์เกิดขึ้น และขอโทษที่ลูกชายก่อเหตุชกหน้าพระสงฆ์ ยอมรับว่าที่บ้านอยู่ใกล้วัดมานานกว่า 10 ปี และทนเสียงระฆังมานานแล้ว เสียงระฆังดังมาก อาจจะด้วยเพราะกำลังของพระสงฆ์ที่ตีอย่างเต็มแรง วันเกิดเหตุ ตน ลูก และสามี อยู่บ้าน ตอนที่พระกำลังตีระฆัง ลูกตนก็ตะโกนบอกว่าตีเบา ๆ หน่อย แต่พระก็เดินลงมาจากหอระฆังพร้อมกับไม้ตีระฆังและพูดว่าใครพูด ตนและลูกชายคิดว่าพระจะมาหาเรื่อง ลูกชายคนเล็กจึงเข้าไปชกพระก่อน แต่ที่บอกว่าลูกชายคนโตถือไม้คุมเชิงนั้นไม่เป็นความจริง เพราะคนที่ถือไม้คือตน เพราะกลัวว่าพระจะทำอะไรลูกตน และตนเองก็ร้องห้าม
ส่วนสามีที่เป็นผู้ใหญ่บ้านก็อยู่ในที่เกิดเหตุ และสามีก็ช่วยห้าม แต่ด้วยเป็นโรคหอบหืดทำให้มีอาการเหนื่อยและนั่งทรุดลงไปก่อน และในวันเกิดเหตุลูกตนไม่ได้กินเหล้า จะให้ไปสาบานที่ไหนก็ได้ อย่างไรก็ตาม ตนได้พาลูกไปขอโทษแล้ว เพราะทำไม่เหมาะสม และตอนนี้ลูกเกิดอาการเครียดจนทำงานไม่ได้ ส่วนสามีเครียดประกอบกับเป็นโรคหอบ จึงต้องไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล


ขอขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆ จาก https://1th.me/ATFv ด้วยค่ะ

มลพิษทางอากาศในเมืองส่งผลต่อปอด 0

การสูบบุหรี่ถูกระบุว่าเป็นสาเหตุหนึ่งของโรคถุงลมโป่งพอง แต่เมื่อไม่นานมานี้มีนักวิจัยรายงานว่ามีอีกสาเหตุที่น่าตื่นตระหนก นั่นคือคุณภาพอากาศที่ไม่ดีหรือมลพิษทางอากาศ หากเข้าสู่ร่างกายในระยะยาวจะสามารถทำให้เป็นโรคปอดชนิดรุนแรงได้มากเท่ากับการสูบบุหรี่ 1 ซองต่อวันติดต่อกันเป็นเวลานานถึง 29 ปี

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยวอชิงตัน มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย และมหาวิทยาลัยบัฟฟาโล ในสหรัฐอเมริกา เผยว่า จากการสำรวจสุขภาพปอดในผู้ใหญ่ 7,071 คน ที่มีอายุระหว่าง 45-84 ปี ที่อาศัยอยู่ใน 6 เมืองของสหรัฐอเมริกา ด้วยวิธีวัดระดับอนุภาคฝุ่น ไนโตรเจนออกไซด์ เขม่าคาร์บอน และก๊าซโอโซน ภายนอกที่อยู่อาศัยของผู้เข้าร่วมทดสอบ และทำการตรวจร่างกายด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์หรือซีทีสแกน เพื่อติดตามการพัฒนาอาการผิดปกติอย่างเรื้อรังของปอดและความเสื่อมของปอด โดยเฉพาะการเป็นโรคทางเดินหายใจส่วนล่างเรื้อรัง อย่างโรคถุงลมโป่งพอง โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรคหลอดลมอักเสบเรื้อรัง และโรคหอบหืด อันเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 3 ของโลก การติดตามผู้เข้าร่วมทดสอบเป็นระยะเวลา 10 ปี พบว่า การที่คนเหล่านี้ได้รับมลพิษในระยะยาว มีความเชื่อมโยงกับอาการถุงลมโป่งพองในเปอร์เซ็นต์ที่เพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ โอโซนที่ระดับพื้นดินจะเกิดขึ้นเมื่อแสงอัลตราไวโอเลต (UV) ทำปฏิกิริยากับมลพิษที่มาจากเชื้อเพลิงซากดึกดำบรรพ์หรือเชื้อเพลิงฟอสซิล และกระบวนการนี้จะถูกเร่งโดยคลื่นความร้อน อย่างไรก็ตาม นักวิจัยเผยว่ายังไม่มีความชัดเจนว่ามลพิษทางอากาศในระดับใดจะปลอดภัยสำหรับมนุษย์.

ขอขอบคุณสาระดีๆจาก https://www.thairath.co.th/lifestyle/life/1643665 ด้วยค่ะ