เสียงมีกี่ประเภท??? 0

เสียงมี 3 ประเภท ดังนี้

1. เสียงบริสุทธิ์ คือ เสียงที่มีความถี่เดียว เช่น เสียงที่เกิดจากการ
เคาะซ่อมเสียง

2. เสียงผสม คือ เสียงที่เกิดจากเสียงบริสุทธิ์หลายความถี่มารวมกัน
เช่น เสียงพูดคุย เสียงดนตรี เป็นต้น

3. เสียงรบกวน คือ เสียงที่ไม่พึงปรารถนาของผู้รับฟัง ซึ่งอาจเป็น
เสียงบริสุทธิ์ หรือเสียงผสมก็ได้ เสียงรบกวนอาจก่อให้เกิด
ความเครียด หรือหากมีความดัง ในระดับที่อาจก่อให้เกิดอันตราย
จะทำให้หูตึงได้

ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจาก http://www.si.mahidol.ac.th/th/division/ophs/admin/knowledges_files/14_34_1.pdf

เสียงดังเสียงค่อย 0

คือ สมบัติของเสียงที่เรียกว่า ความดังของเสียง

ความดังของเสียงคือ ปริมาตรของพลังงานเสียงที่มาถึงหูของเรา

            ปัจจัยที่มีผลทำให้วัตถุเกิดเสียงดังหรือเสียงค่อย ได้แก่

  1. ระยะทางจากแหล่งกำเนิดเสียง ถึง หูผู้ฟัง ถ้าระยะทางใกล้ๆ จะได้ยินเสียงดังมากและจะได้ยินเสียงค่อยๆ ลงไปเมื่อระยะห่างออกไปเรื่อยๆตามลำดับ
  2. ความแรงในการสั่นสะเทือนของวัตถุแหล่งกำเนิดเสียง ถ้าแหล่งกำเนิดเสียงสั่นด้วยความรุนแรง จะทำให้เกิดเสียงดัง แต่ถ้าแหล่งกำเนิดเสียงสั่นเบาๆ ก็จะทำให้เกิดเสียงสั่นค่อยลง ตามลำดับ
  3. ชนิดของตัวกลาง ความดังของเสียงขึ้นอยู่กับชนิดของตัวกลางที่คลื่นเสียงเคลื่อนที่ผ่านไป ถ้าคลื่นเสียงเคลื่อนที่ไปในน้ำจะมีความดังของเสียงมากกว่าคลื่นเสียงที่เคลื่อนที่ไปในอากาศ
  4. ขนาดและรูปร่างของวัตถุที่เป็นแหล่งกำเนิดเสียงสั่นสะเทือน เช่น กระดิ่งจักรยาน ทำให้เกิดเสียงดังและได้ยินในระยะทางหลายร้อยฟุต แต่ระฒังก็มีเสียงดังได้ไกลไปหลายๆกิโลเมตร เป็นต้น

ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจาก

เสียงกับการได้ยิน

การตรวจสอบเสียงและการสั่นสะเทือน 0

“การตรวจสอบเสียงและการสั่นสะเทือน”

หลายโครงการของอาคารก่อสร้างใหม่ โดยส่วนมากมีเสียงดังและมักจะอยู่ใกล้กับพื้นที่ที่อยู่อาศัย หรือแหล่งชุมชน
ดังนั้น คุณจำเป็นจะต้องศึกษาเกี่ยวกับมลพิษทางเสียงก่อน และขอรับคำแนะนำในการดำเนินการสำรวจเสียงก่อนที่จะดำเนินการก่อสร้างระยะยาว เพื่อหาวิธีป้องกัน และแก้ไขเสียงที่เกิดขึ้น

 

โดยทั่วไปการสำรวจเสียงก่อนจะมีการก่อสร้าง ได้ถูกกำหนดให้มี ระดับต่างๆดังนี้ เสียงที่ได้รับการยอมรับได้ และเสียงดังที่ต้องมีการป้องกันก่อนจะดำเนินการก่อสร้าง ซึ่งทั้งนี้ ผู้ประกอบการ ผู้รับเหมาจะต้องแจ้งให้กับชุมชนแห่งนั้นทราบและมีข้อตกลงซึ่งทั้งสองฝ่ายสามารถยอมรับและรวมอยู่ในข้อตกลงอย่างเป็นทางการ ระหว่างผู้รับเหมาและ(ท้องถิ่น)รัฐบาล.

 

สำหรับการเจาะเสาเข็ม ที่อาจก่อให้เกิดการสั่นสะเทือนในระดับสูง เราขอแนะนำคุณดังนี้
– ข้อมูลนี้จะช่วยให้คุณสามารถกำหนดวิธีการทำงานชนิดของโรงงานที่จะใช้และ มาตรการลดเสียงรบกวนและการสั่นสะเทือนสำหรับบริเวณก่อสร้าง ขอแนะนำให้ติดตั้งเครื่องตรวจวัดเสียงและสั่นสะเทือน ที่มีสัญญาณเตือนโดยอัตโนมัติ
– สามารถทำการวัดเสียงอย่างต่อเนื่อง การคำนวณ เพื่อกำหนดระดับเสียง ทุกนาทีและเปรียบเทียบค่าเหล่านี้กับระดับสูงสุดที่กำหนดไว้ล่วงหน้า
– หากสถานที่ก่อสร้างมีการทำการเจาะ ตอกหรือทำลายเสาเข็ม ขอแนะนำให้ทำการตรวจสอบความสั่นสะเทือนทุกๆ 10 นาที
– หากมีกำแพงหรือบ้านที่ติดกันโดยตรงกับการสถานที่ก่อสร้าง ต้องทำการประเมินรายละเอียดเป็นราย ๆ ไป
– หากมีการก่อสร้างหรือทำลายอาคารภายในบริเวณ 25 เมตรโดยรอบ และมีบ้านพักอาศัยอยู่ใกล้ จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีการตรวจวัดเกิดขึ้น
– ปกติแล้วการก่อส้รางหรือทำลายตึก อาคาร จะต้องผ่านการเห็นชอบจากหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องหรือจากข้อบังคับหรือข้อตกลงจากภาครัฐทุกครัง
ปกติแล้วจะเกี่ยวข้องกับ LAeq 10 ชั่วโมงและ LAeq 1 นาที ทั้งนี้ขึ้นกับความเหมาะสมและข้อจำกัดของแต่ละไซต์งาน ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้

 

ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจาก: http://www.geonoise.co.th/เสียงและการตรวจสอบความ/

การหักเหของเสียง 0

การหักเหของเสียง      

                          หมายถึง เสียงที่เดินทางจากตัวกลางหนึ่ง ผ่านรอยต่อของตัวกลางเพื่อเข้าไปยังตัวกลางที่สองแล้วเกิดเปลี่ยนทิศของการเดินทาง ทำให้อัตราเร็วและความยาวคลื่นเสียงเปลี่ยนไป แต่ความถี่ยังคงที่เหมือนเดิม ถ้ามุมหักเหโตกว่า 90 องศา ทิศทางการเคลื่อนที่จะกลับเข้าสู่ตัวกลางเดิม คือ เกิดการสะท้อนกลับหมด เนื่องจากเสียงเป็นคลื่นชนิดหนึ่ง ดังนั้นจึงมีการหักเหเมื่อผ่านตัวกลางต่างชนิด เช่น เสียงตะโกนในอากาศเคลื่อนที่ในอัตราเร็วอันหนึ่ง เมื่อเสียงนี้ผ่านลงในบ่อน้ำจะเปลี่ยนอัตราเร็วเป็นเร็วขึ้น ดังนั้น เมื่อเสียงเคลื่อนที่จากตัวกลางที่มีความเร็วน้อย คือ อากาศเข้าสู่ตัวกลางที่มีความเร็วมากกว่า คือ ในน้ำ เสียงจะหักเหออกจากเส้นตั้งฉากและถ้าเสียงเคลื่อนที่ออกจากตัวกลางที่มีความเร็วมากกว่า ไปสู่ตัวกลางที่มีความเร็วน้อยกว่า เสียงจะหักเหเข้าหาเส้นตั้งฉาก และอัตราเร็วของเสียงขึ้นกับความหนาแน่นของตัวกลางด้วย คือ ตัวกลางที่มีความหนาแน่นน้อย อัตราเร็วของเสียงจะช้ากว่าตัวกลางที่มีความหนาแน่นมาก
                            หลักการนี้ใช้อธิบายเกี่ยวกับการเห็นฟ้าแลบ แต่ไม่ได้ยินเสียงฟ้าร้องได้ เพราะเมื่อเกิดฟ้าแลบเกิดเสียง แต่อากาศใกล้พื้นดินอุณหภูมิสูงกว่าอากาศเบื้องบน การเคลื่อนที่ของเสียงเคลื่อนที่ได้ในอัตราที่ต่างกัน คือ เคลื่อนที่ในอากาศที่มีอุณหภูมิสูงได้เร็วกว่าในอากาศที่มีอุณหภูมิต่ำ ดังนั้น การเคลื่อนที่ของเสียงจึงเบนขึ้นทีละน้อย ๆ จนข้ามหัวเราไป จึงทำให้ไม่ได้ยินเสียงฟ้าร้อง

ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจาก: http://yaringpat.blogspot.com/2012/10/20-20000-20000-ultrasonic-20-hz.html

ตัวกลางของเสียง 0

ตัวกลางของเสียง

คลื่นเสียงจะเดินทางมีถึงผู้ฟังได้ ต้องอาศัยตัวกลางในการเคลื่อนที่ เช่น ขณะที่นักเรียนพูดกับเพื่อนเสียงเดินทางผ่านอากาศมาถึงหูเพื่อนจึงจะได้ยินเสียง หรือเมื่อคนงานซ่อมรางรถไฟเอาหูแนบกับรางรถไฟฟังเสียงว่ามีรถไฟมาหรือไม่ นั่นแสดงว่าเสียงต้องอาศัยตัวกลางในการเคลื่อนที่