Posts By: Bow

เริ่มวันนี้! กรมอุตุฯ เตือนมรสุมถล่ม 49 จังหวัด กระหน่ำเหนือ-อีสานหนักกว่าเดิม!

กรมอุตุฯ เตือนมรสุมถล่ม 49 จังหวัด เหนือ-อีสานฝนหนักขึ้นกว่าเดิม กระหน่ำกรุงร้อยละ 40 เผยภาคใต้ทะเลมีคลื่นสูงกว่า 2 เมตร ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง
กรมอุตุฯ / วันที่ 12 ก.ย. 
กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนมีฝนเพิ่มขึ้น กับมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก สำหรับทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง โดยหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง
ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ร่องมรสุมพาดผ่านตอนบนของภาคเหนือ ประเทศลาว และเวียดนามตอนบน เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำ บริเวณประเทศเวียดนามตอนบน และอ่าวตังเกี๋ย ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยตอนบน ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก
พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06.00 น.ของวันนี้ ถึงเวลา 06.00 น.ของวันที่ 13 ก.ย.นี้ ภาคเหนือ มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงราย เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ และตาก อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
บริเวณจังหวัดเลย อุดรธานี หนองบัวลำภู หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ชัยภูมิ ขอนแก่น และกาฬสินธุ์ อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
ภาคกลาง มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี นครปฐม อุทัยธานี ชัยนาท นครสวรรค์ ลพบุรี และสระบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.
ภาคตะวันออก มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 24-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
อ่านข่าว : 
เจอ 2 มรสุมถล่ม! เตือนฝนกระหน่ำ 52 จังหวัด ตกหนักเกินครึ่งประเทศอีกรอบ
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง พังงา ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตขึ้นไป : ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ตั้งแต่จังหวัดกระบี่ลงมา : ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร
กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ขอขอบคุณสำหรับข้อมูลจาก
https://bit.ly/2lRs25e ด้วยค่ะ

เปิดใจพระตีระฆังดัง ลูกผู้ใหญ่บ้านปรี่ชกหน้า แม่เผยบ้านใกล้วัดทนเสียงมานาน 10 ปี

จากกรณีที่พระอนุศักดิ์ ฐิตธัมโม พระลูกวัดแม่น้ำ ตำบลบางขันแตก อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม ระบุว่า ถูกชาวบ้านข้างวัดก่อเหตุทำร้ายชกต่อยเข้าที่ใบหน้า เหตุเพราะเสียงตีระฆังดัง ช่วงทำวัตรเย็นรบกวน เมื่อวันเสาร์ที่ 7 ก.ย. 62 นั้น
ล่าสุด วันที่ 10 ก.ย. 62 ผู้สื่อข่าวอมรินทร์ ทีวี เดินทางไปที่วัดแม่น้ำ พระอนุศักดิ์ ฐิตธัมโม เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 7 ก.ย. ช่วงเย็นเวลาประมาณ 17.00 น. เป็นช่วงที่พระทำวัดเย็น ตนก็ขึ้นไปตีระฆังตามปกติ ซึ่งปกติจะตีครั้งละ 3 ลา (3 ชุด) แต่ขณะที่ตีลาที่ 2 ได้ยินเสียงมีคนตะโกนว่า “เบาไป ตีให้ดังอีกสิ” เนื่องจากเสียงระฆังที่ดังมันยังก้องในหู ตนจึงได้ยินไม่ชัดว่าเป็นเสียงใคร คิดว่าเป็นเสียงลูกวัดด้วยกันที่พูดเล่นกับตน พอตีเสร็จลาที่ 2 ตนก็เดินลงถามว่าใครพูดว่าอะไร ก็ไม่มีใครตอบ ตนก็เลยจะเดินขึ้นไปที่หอระฆังอีกครั้ง เพื่อตีลาที่ 3 แต่จังหวะนั้นครอบครัวผู้ใหญ่บ้านก็เดินมาหาตน
ด้านแม่ของผู้ก่อเหตุ เปิดเผยว่า ตนรู้สึกผิดที่ปล่อยให้เหตุการณ์เกิดขึ้น และขอโทษที่ลูกชายก่อเหตุชกหน้าพระสงฆ์ ยอมรับว่าที่บ้านอยู่ใกล้วัดมานานกว่า 10 ปี และทนเสียงระฆังมานานแล้ว เสียงระฆังดังมาก อาจจะด้วยเพราะกำลังของพระสงฆ์ที่ตีอย่างเต็มแรง วันเกิดเหตุ ตน ลูก และสามี อยู่บ้าน ตอนที่พระกำลังตีระฆัง ลูกตนก็ตะโกนบอกว่าตีเบา ๆ หน่อย แต่พระก็เดินลงมาจากหอระฆังพร้อมกับไม้ตีระฆังและพูดว่าใครพูด ตนและลูกชายคิดว่าพระจะมาหาเรื่อง ลูกชายคนเล็กจึงเข้าไปชกพระก่อน แต่ที่บอกว่าลูกชายคนโตถือไม้คุมเชิงนั้นไม่เป็นความจริง เพราะคนที่ถือไม้คือตน เพราะกลัวว่าพระจะทำอะไรลูกตน และตนเองก็ร้องห้าม
ส่วนสามีที่เป็นผู้ใหญ่บ้านก็อยู่ในที่เกิดเหตุ และสามีก็ช่วยห้าม แต่ด้วยเป็นโรคหอบหืดทำให้มีอาการเหนื่อยและนั่งทรุดลงไปก่อน และในวันเกิดเหตุลูกตนไม่ได้กินเหล้า จะให้ไปสาบานที่ไหนก็ได้ อย่างไรก็ตาม ตนได้พาลูกไปขอโทษแล้ว เพราะทำไม่เหมาะสม และตอนนี้ลูกเกิดอาการเครียดจนทำงานไม่ได้ ส่วนสามีเครียดประกอบกับเป็นโรคหอบ จึงต้องไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล


ขอขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆ จาก https://1th.me/ATFv ด้วยค่ะ

มลพิษทางอากาศในเมืองส่งผลต่อปอด

การสูบบุหรี่ถูกระบุว่าเป็นสาเหตุหนึ่งของโรคถุงลมโป่งพอง แต่เมื่อไม่นานมานี้มีนักวิจัยรายงานว่ามีอีกสาเหตุที่น่าตื่นตระหนก นั่นคือคุณภาพอากาศที่ไม่ดีหรือมลพิษทางอากาศ หากเข้าสู่ร่างกายในระยะยาวจะสามารถทำให้เป็นโรคปอดชนิดรุนแรงได้มากเท่ากับการสูบบุหรี่ 1 ซองต่อวันติดต่อกันเป็นเวลานานถึง 29 ปี

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยวอชิงตัน มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย และมหาวิทยาลัยบัฟฟาโล ในสหรัฐอเมริกา เผยว่า จากการสำรวจสุขภาพปอดในผู้ใหญ่ 7,071 คน ที่มีอายุระหว่าง 45-84 ปี ที่อาศัยอยู่ใน 6 เมืองของสหรัฐอเมริกา ด้วยวิธีวัดระดับอนุภาคฝุ่น ไนโตรเจนออกไซด์ เขม่าคาร์บอน และก๊าซโอโซน ภายนอกที่อยู่อาศัยของผู้เข้าร่วมทดสอบ และทำการตรวจร่างกายด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์หรือซีทีสแกน เพื่อติดตามการพัฒนาอาการผิดปกติอย่างเรื้อรังของปอดและความเสื่อมของปอด โดยเฉพาะการเป็นโรคทางเดินหายใจส่วนล่างเรื้อรัง อย่างโรคถุงลมโป่งพอง โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรคหลอดลมอักเสบเรื้อรัง และโรคหอบหืด อันเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 3 ของโลก การติดตามผู้เข้าร่วมทดสอบเป็นระยะเวลา 10 ปี พบว่า การที่คนเหล่านี้ได้รับมลพิษในระยะยาว มีความเชื่อมโยงกับอาการถุงลมโป่งพองในเปอร์เซ็นต์ที่เพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ โอโซนที่ระดับพื้นดินจะเกิดขึ้นเมื่อแสงอัลตราไวโอเลต (UV) ทำปฏิกิริยากับมลพิษที่มาจากเชื้อเพลิงซากดึกดำบรรพ์หรือเชื้อเพลิงฟอสซิล และกระบวนการนี้จะถูกเร่งโดยคลื่นความร้อน อย่างไรก็ตาม นักวิจัยเผยว่ายังไม่มีความชัดเจนว่ามลพิษทางอากาศในระดับใดจะปลอดภัยสำหรับมนุษย์.

ขอขอบคุณสาระดีๆจาก https://www.thairath.co.th/lifestyle/life/1643665 ด้วยค่ะ

Measurement Microphone

Measurement Microphone สำหรับการทดสอบเสียงที่ต้องการความแม่นยำสูงจาก PLACID Instruments BV
————————————————————————————
————————————————————————————
สามารถเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเราได้ที่
https://www.geonoise.co.th/
https://www.placidinstruments.com
สามารถติดต่อเราได้ที่
Tel Office : 02-003-5904,081-9641982
Line : @geonoise
————————————————————————————
————————————————————————————

#PLACID #PLACIDNoise #PLACIDTH #PLACIDThailand #Geonoise #GeonoiseThailand #Norsonic #ตรวจวัดเสียง #เสียงรบกวน #เครื่องวัดเสียง #จำหน่ายเครื่องวัดเสียง #รับปรึกษาปัญหาเรื่องเสียง #ควบคุมเสียง #เครื่องวัดแรงสั่นสะเทือน #บริการสอบเทียบ #Calibration #NoiseAlarm #SoundPLAN #NoiseAtWork #Noisecontour #มลพิษทางเสียง #Acoustic #เครื่องวัดฝุ่น #Dustmate #หาแหล่งกำเนิดเสียง #วิเคราะห์เสียง #Measurement #Microphone #NoiseTraining

คพ.เผย”ชาวแฟลตดินแดง” เจอมลพิษทางเสียงอันดับ1…

“คพ.”เผยคนกรุง”แฟลตดินแดง”เจอมลพิษทางเสียงอันดับ 1 เหตุจาก “จยย.-รถยนต์”ดัดแปลงท่อ เตือนทำเสียสุขภาพจิตเสี่ยงหูหนวก ระบุ คพ.ติดตั้ง 27 สถานีรายงานระดับเสียงผ่านเว็บไซต์

เมื่อวันที่ 5 ก.ค. นายประลอง ดำรงค์ไทย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า คพ. ได้ตั้งสถานีติดตามตรวจสอบระดับเสียงในสิ่งแวดล้อมแบบอัตโนมัติต่อเนื่องตลอดทั้งปี บริเวณพื้นที่ริมถนนและพื้นที่ทั่วไปในเขตกทม.และปริมณฑลจำนวน 12 สถานี และในส่วนภูมิภาคที่เป็นเมืองท่องเที่ยวและเขตอุตสาหกรรม 15 สถานี รวมทั้งสิ้น 27 สถานี เพื่อประเมินสถานการณ์และแนวโน้มของปัญหามลพิษทางเสียง ทั้งนี้ คพ. ได้พัฒนาเว็บไซต์รายงานผลการตรวจวัดระดับเสียงจากสถานีตรวจวัดแบบอัตโนมัติ ซึ่งผู้ที่สนใจสามารถเข้าดูได้ผ่านเว็บไซต์ www.noisemonitor.net โดยรายงานข้อมูลผลการตรวจวัดแบบเรียลไทม์

นายประลอง กล่าวว่า เมื่อเปรียบเทียบระดับเสียงเฉลี่ยโดยรวมของ ปี 2561 กับข้อมูลในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา (ปี 2551 – 2560) พบว่าสถานการณ์ระดับเสียงมีค่าเปลี่ยนแปลงไม่มากนัก โดยปัญหาหลักในเขตกทม.และปริมณฑลยังคงเป็นปัญหามลพิษทางเสียงริมเส้นทางจราจร สำหรับครึ่งปีแรกของปี 2562 พื้นที่ริมถนนที่มีระดับเสียงเฉลี่ยเกินมาตรฐาน 3 ลำดับแรก ได้แก่ 1.สถานีการเคหะชุมชนดินแดง ริมถนนดินแดง แขวงดินแดง เขตดินแดง จำนวนวันที่ระดับเสียงเกินค่ามาตรฐานเท่ากับร้อยละ 100 (182 จาก 182 วัน) ค่าระดับเสียงเฉลี่ย 24 ชั่วโมง อยู่ในช่วง 71.6 – 81.6 เดซิเบลเอ 2) สถานีไฟฟ้าย่อยธนบุรี ริมถนนอินทรพิทักษ์ เขตธนบุรี จำนวนวันที่ระดับเสียงเกินค่ามาตรฐานเท่ากับร้อยละ 82 (146 จาก 179 วัน) ค่าระดับเสียงเฉลี่ย 24 ชั่วโมง อยู่ในช่วง 69.3 – 72.1 เดซิเบลเอ 3) สถานีสนามกีฬาการเคหะชุมชนห้วยขวาง ริมถนนประชาสงเคราะห์ เขตห้วยขวาง จำนวนวันที่ระดับเสียงเกินค่ามาตรฐานเท่ากับร้อยละ 23 (42 จาก 182 วัน) ค่าระดับเสียงเฉลี่ย 24 ชั่วโมง อยู่ในช่วง 63.1 – 83.4 เดซิเบลเอ โดยค่ามาตรฐานของระดับเสียงเฉลี่ย 24 ชั่วโมง กำหนดไว้ไม่เกิน 70 เดซิเบลเอ

นายประลอง กล่าวว่า แหล่งกำเนิดเสียงที่เป็นปัญหามากที่สุดในเขตเมือง คือ เสียงจากรถจักรยานยนต์ รถยนต์ และรถยนต์ประเภทอื่น ที่มีการดัดแปลงท่อไอเสีย ทำให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพ อาทิ ก่อให้เกิดความรำคาญ ความเครียด และเสียสุขภาพจิต รวมไปจนถึงหูหนวกชั่วคราวหรือหูหนวกถาวร โดยเกิดจากการอยู่ในที่มีเสียงดังเป็นเวลานาน ดังนั้น คพ.จะได้นำเสนอรายงานไปทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่มีอำนาจบังคับใช้กฎหมาย ทั้งนี้วิธีการที่ดีที่สุดคือการป้องกันและแก้ไขจากต้นเหตุ จึงขอความร่วมมือผู้ใช้ยานพาหนะ ไม่ดัดแปลงสภาพรถโดยเฉพาะท่อไอเสียให้เกิดเสียงดัง หมั่นดูแลรักษาให้มีระดับเสียงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน และเลือกใช้ท่อไอเสียที่ได้มาตรฐานตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) รวมทั้งนำรถของท่านเข้ารับการตรวจสภาพรถประจำปีเพื่อตรวจสอบการระบายไอเสียและระดับเสียง ในขั้นตอนของการต่อทะเบียนประจำปีตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งจะช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมได้ทั้งด้านอากาศและเสียงให้มีคุณภาพที่ดีต่อสุขภาพอนามัยของทุกคน โดยท่านสามารถนำรถของท่านเข้ารับการตรวจสภาพได้ที่สถานตรวจสภาพรถเอกชน (ตรอ.) และสำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-5 สำนักงานขนส่งจังหวัด กรมการขนส่งทางบก

ขอขอบคุณสาระดีๆจาก https://www.dailynews.co.th/politics/718651 ด้วยค่ะ